ให้ 3 AI Prompt นี้เป็นตัวช่วยที่นักลงทุนไทยควรใช้ก่อนตัดสินใจลงทุน (อัปเดต ธ.ค. 2025)

Last updated: 5 ธ.ค. 2025

ในบทความที่แล้วผมแนะนำวิธีการทำ Investment journal ที่ใช้เป็นบทสรุปการลงทุนหลังการตัดสินใจขายหุ้นออกจากพอร์ต, ในบทความนี้ผมจะแนะนำวิธีการใช้ AI prompt สำหรับช่วยตัดสินใจก่อนการลงทุน เป็นเสมือน Decision checklist ให้คอยเตือนเราว่า ฉันตัดสินใจจะลงทุนเพราะข้อมูล หรืออารมณ์กันแน่?

สารบัญ


ทำไมนักลงทุนยุคนี้ต้องใช้ AI?

ยุคนี้ข้อมูลเยอะขึ้นแบบท่วมโลก แต่เวลาเรายังมีเท่าเดิม
และนี่คือเหตุผลที่เครื่องมือ AI กลายเป็น “ผู้ช่วยจำเป็น” ของนักลงทุนในปี 2025:

  • ช่วยอ่านงบการเงินให้เร็วขึ้น
  • เชื่อมข้อมูลหลายแหล่งมาสรุปให้เป็นภาษาเข้าใจง่าย
  • ประเมินความเสี่ยงของพอร์ตตามสถานการณ์เศรษฐกิจ
  • ช่วยย่อยข่าวยาว ๆ ให้สั้นลง เหลือแต่ “ประเด็นที่มีผลต่อหุ้น”

และนี่คือ 3 เครื่องมือที่เหมาะกับนักลงทุนไทยมากที่สุดตอนนี้


1. AI Research Copilot — ตัวช่วยอ่านงบไว 10 เท่า

ใช้ทำอะไร?

  • สรุปงบการเงินภายใน 10 วินาที
  • ดึงประเด็นสำคัญจาก MD&A
  • ชี้ว่ากำไรโตเพราะอะไร ลดลงเพราะอะไร
  • อ่านโทนผู้บริหารจากคำพูดในการ Analyst Meeting

ตัวอย่าง Prompt ใช้ได้เลย

สรุปงบการเงินล่าสุดของบริษัท [ชื่อบริษัท]  
- กำไรโต/ลดเพราะอะไร  
- ความเสี่ยงในไตรมาสนี้  
- ประเด็นผู้บริหารย้ำเป็นพิเศษ  
สรุปให้อยู่ใน 10 bullet

เหมาะกับใคร?

คนที่ไม่มีเวลานั่งไล่อ่านงบทีละหน้า หรือคนที่ต้องดูหลายบริษัทพร้อมกัน


2. AI Portfolio Auditor — ตรวจสุขภาพพอร์ตแบบเรียลไทม์

ใช้ทำอะไร?

  • เช็กการกระจุกตัวของพอร์ต
  • ประเมินความเสี่ยงเทียบเศรษฐกิจปัจจุบัน
  • คำนวณ drawdown ที่ “เป็นไปได้” จากข้อมูลอดีต
  • ให้คำแนะนำปรับสัดส่วนตามสไตล์ VI / DCA / Income

Prompt แนะนำ

นี่คือพอร์ตของฉัน:
[ใส่น้ำหนักหุ้น/กองทุน]

วิเคราะห์ให้หน่อย:
- ความเสี่ยงหลัก 3 ข้อ
- จุดที่ควรลดสัดส่วน
- จุดที่ควรเพิ่มสัดส่วน
- ฉันควรตั้ง Stop Loss ตรงไหน (ถ้ามี)

3. AI Macro Scanner — ข่าวเศรษฐกิจแบบไม่ต้องเปิด 10 เว็บ

ใช้ทำอะไร?

  • สรุปข่าวใหญ่ประจำวันแบบ “ผลกระทบต่อหุ้นไทย”
  • ตีความประกาศ FED, Jackson Hole, OPEC, GDP
  • จับสัญญาณที่อาจมีผลต่อค่าเงิน ดอกเบี้ย และสินทรัพย์เสี่ยง

Prompt ใช้ได้ทันที

สรุปข่าวเศรษฐกิจทั่วโลกวันนี้
- ผลต่อหุ้นไทย
- ผลต่อ SET
- หุ้นกลุ่มไหนมีโอกาสได้/เสียประโยชน์
สั้น กระชับ ไม่เกิน 7 bullet

สรุป: ใช้ AI อย่างไรให้ “เก่งขึ้น” ไม่ใช่ “งงกว่าเดิม”

เป้าหมายของ AI ไม่ใช่ช่วยให้เราซื้อหุ้นได้ “มากขึ้น” หรือได้หุ้นที่ราคาต่ำที่สุด
แต่ช่วยให้เราตัดสินใจ “ผิดน้อยลง”
โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลไหลเร็วกว่าเดิมหลายเท่าและเป็นยุคที่นักลงทุนคนอื่นใช้ AI เป็นผู้ช่วยแล้ว เหลือแค่คุณที่ยังลังเลอยู่

หลักคิดคือ:
AI = ผู้ช่วยสรุปข้อมูล
เรา = คนตัดสินใจ

เพราะสุดท้ายพอร์ตของเราจะดีหรือไม่…ขึ้นกับวินัยและการจัด position size มากกว่าเครื่องมือ ❤️


สมัครรับสรุปข่าวรายเดือน


ลงอีเมลไว้เลย:

Email:

ต่อไปนี้ถือว่าเป็น Bonus track สำหรับคนที่มี Microsoft Copilot Pro สำหรับ Enterprise version ใช้อยู่นะครับ ผมเล่าเรื่องการใช้ AI มาช่วยตัดสินใจก่อนลงทุนและสร้างบทเรียนหลังจากขายทำกำไร ซึ่งจากนี้ไปมันจะกลายเป็น routine work สำหรับทุกคน ซึ่งคงจะไม่สะดวกถ้าต้องมานั่งเปิดบทความและ copy/paste ทีละคำสั่งทุกครั้งที่จะ ซื้อ/ขายหุ้น

Microsoft Copilot Pro – Enterprise edition มีฟังก์ชั่นในการสร้าง Agent สำหรับช่วยงานในชุดคำสั่ง prompt ซ้ำ ๆ โดยไม่ต้องมานั่งพิมพ์ prompt ยาว ๆอีกต่อไป

ขั้นแรก คือการเลือก Menu ‘Create Agent’ ใน Microsoft M365 Copilot ซึ่งจะมีเฉพาะใน Enterprise edition เท่านั้น (personal account ไม่มีเมนูนี้)

ขั้นที่สอง คลิ๊กที่ ‘Configure’ toggle เพื่อใส่ชุดคำสั่ง prompt ทั้งหมดลงใน ‘instructions’ section

ขั้นที่สาม ตั้งชื่อ Agent และกรอก ชุดคำสั่ง prompt ทั้งเรื่องการทำ Investment journey และการช่วยตัดสินใจ ซื้อหุ้นตามที่ระบุในบทความทั้งสอง โดยอธิบายใน instruction เป็นข้อ ๆ ว่าต้องการให้ AI ช่วยทำอะไรก่อนหลัง เหมือนตัวอย่างในภาพ

ขั้นตอนสุดท้าย สร้าง Suggested Prompts menu เพื่อที่เวลาใช้จะไม่ต้องมานั่งพิมพ์คำสั่งลงใน chat ทุกครั้ง ผมสร้างเมนูไว้ 3 เรื่อง คือ Investment journey ไว้สรุปบทเรียนตอนตัดสินใจขาย, Portfolio review ไว้ให้ AI ช่วยดูภาพรวมของพอร์ตเวลาผมซื้อหุ้นใหม่เพิ่มเข้ามา และสุดท้าย Macro scanner ใช้สำหรับเวลาก่อนซื้อหุ้นตัวใหม่โดยให้ AI สรุปภาพรวมเศรษฐกิจก่อนจะโฟกัสมาที่หุ้นที่ผมสนใจจะลงทุนว่าผมมี Bias ในการเลือกหุ้นหรือไม่

สุดท้ายคุณจะได้ Menu tile ดังภาพข้างล่าง ทุกครั้งที่เรียกใช้ Agent ที่ชื่อว่า ‘investment journal’ มันก็จะถามคำถามเพื่อเติมเต็มชุดคำสั่ง prompt ที่เราใส่ไว้ใน instruction ก่อนจะวิเคราะห์บทสรุปให้เรา หวังว่าคงมีประโยชน์สำหรับทุกท่านนะครับ

จาก “ถามหุ้นในห้องไลน์” สู่ “คุยกับ AI ก่อนกดซื้อ” (อัปเดต พ.ย. 2025)

Last updated: 11 พฤศจิกายน 2025 ·

Tags: AI Copilot, ChatGPT, Gemini, Investing Workflow, Investment Journal

จากห้องไลน์สู่การคุยกับ AI: เปลี่ยนวิธีคิดก่อนกดซื้อ

บทนำ: ทำไมต้องคุยกับ AI ก่อนกดซื้อ

ยุคก่อน เรา “ถามห้องไลน์หุ้น” หรือไถฟีดเพจดัง ๆ เพื่อหาคำตอบเร็ว ๆ แต่ปี 2025 หลายคนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมเป็น “คุยกับ AI” ก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะมันช่วยย่อยข้อมูลที่ล้นมือให้กลายเป็นคำตอบที่ตรงคำถามของเราได้เร็วกว่าเดิม—และที่สำคัญคือยังทำให้เราเป็นคนตัดสินใจเอง

ตอนนี้มีนักลงทุนรายย่อยทั่วโลกประมาณ 13% ที่ใช้เครื่องมืออย่าง ChatGPT หรือ Gemini เพื่อช่วยปรับพอร์ตหรือเลือกหุ้น และอีกเกือบครึ่งบอกว่าพร้อมจะลองใช้ AI ในอนาคตอันใกล้The Straits Times+1
เฉพาะในสหรัฐฯ เอง ตัวเลขผู้ใช้ AI เพื่อช่วยตัดสินใจลงทุนก็แตะราว ๆ 30% และโตเร็วมากในหนึ่งปีที่ผ่านมาeToro

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “จะใช้ AI ดีไหม”
แต่คือ “จะใช้ AI ยังไง ให้มันเป็น Copilot ผู้ช่วยนักบินของเราไม่ใช่เป็นคนขับแทนเรา”

บทความนี้เลยชวนมาจัดระบบใหม่ว่า
ถ้าเราเป็นนักลงทุนไทยที่ใช้ AI อยู่แล้ว (หรือกำลังจะใช้)
ควรใช้มันตรงไหนของกระบวนการลงทุน และไม่ควรยกอะไรให้มันทำแทนเด็ดขาด

แนวคิดหลัก: ใช้ AI เพื่อ “คิดให้ลึกและครบขึ้น” แทนที่จะ “ซื้อขายให้เร็วขึ้น”
 

Continue reading จาก “ถามหุ้นในห้องไลน์” สู่ “คุยกับ AI ก่อนกดซื้อ” (อัปเดต พ.ย. 2025)

สงครามแย่งผู้ใช้แพลตฟอร์ม AI : เมื่อ Google และ OpenAI เปิดศึกชิง “ศูนย์กลางจักรวาลปัญญาประดิษฐ์” (อัปเดต ส.ค. 2025)

Last updated: 16 ตุลาคม 2025 

บทนำ: จากโมเดล AI สู่สงครามแพลตฟอร์ม

ในปี 2025 โลกของ AI กำลังเปลี่ยนทิศอย่างรุนแรง จากการแข่งขันเรื่อง “ใครมีโมเดลฉลาดกว่า” กลายเป็น “ใครจะเป็นศูนย์กลางของผู้ใช้มากกว่า”

Google และ OpenAI — สองยักษ์ใหญ่แห่งยุค — เปิดฉาก Platform War ที่มีเป้าหมายเดียว: ดึงให้ “มนุษย์ทุกคน” และ “นักพัฒนาทุกทีม” เข้ามาอยู่ใน ecosystem ของตนให้ได้ก่อนใคร

แต่กลยุทธ์ต่างกันราวกับคนละขั้ว — Google ใช้วิธี “เปิด ecosystem และสร้างชุมชนผู้พัฒนา” ขณะที่ OpenAI เลือก “สร้างจักรวาลแบบ OS” ที่ทุกอย่างหมุนรอบ ChatGPT

คลิกเพื่ออ่านต่อได้เลย

Continue reading สงครามแย่งผู้ใช้แพลตฟอร์ม AI : เมื่อ Google และ OpenAI เปิดศึกชิง “ศูนย์กลางจักรวาลปัญญาประดิษฐ์” (อัปเดต ส.ค. 2025)

สัญญาณตลาดโลกหลัง Jackson Hole, เหล่า Value Investor ควรทำตัวอย่างไร? (อัปเดต กันยายน 2025)

Jackson Hole เป็น การประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่จัดขึ้นที่เมือง Jackson Hole รัฐ Wyoming, USA ที่นักลงทุนทั่วโลกต่างเฝ้ารอฟัง เพราะเป็นการรวมผู้ว่าการธนาคารกลาง, นักเศรษฐศาสตร์, และนักลงทุนระดับโลกมาพูดคุยทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน

ทำไมถึงสำคัญ?

  • สิ่งที่ประธาน Fed (เช่น Jerome Powell) พูดในงานนี้มักจะเป็น “สัญญาณล่วงหน้า” เกี่ยวกับการขึ้นหรือลดดอกเบี้ย ขึ้นอยู่กับว่าคุณฟังสัญญาณนั้นออกหรือเปล่า
  • นักลงทุนทั่วโลกใช้คำพูดเหล่านี้ในการคาดการณ์ตลาดหุ้น, พันธบัตร, ค่าเงิน และทองคำ
  • ถ้า Fed ส่งสัญญาณ ลดดอกเบี้ย → หุ้นและทองอาจขึ้น, ค่าเงินดอลลาร์อาจอ่อน (ตอนนี้ก็อ่อนมากแล้ว)
Continue reading สัญญาณตลาดโลกหลัง Jackson Hole, เหล่า Value Investor ควรทำตัวอย่างไร? (อัปเดต กันยายน 2025)

วิธีลงทุนหุ้นต่างประเทศแบบ Value Investing สำหรับนักลงทุนไทย (อัปเดต ส.ค. 2025)

การกระจายพอร์ตลงทุนไปยังตลาดต่างประเทศเป็นหนึ่งในวิธีเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวและลดความเสี่ยงรวมของพอร์ต โดยเฉพาะเมื่อนำหลักการ Value Investing มาประยุกต์ใช้ นักลงทุนไทยสามารถเลือกหุ้นที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง (Undervalued) เพื่อเพิ่ม Margin of Safety และโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน

ภาพรวมตลาดโลก (ส.ค. 2025)

  • ตลาดโลกปรับตัวขึ้นกว่า 10% จากเดือนเมษายน แต่กำลังเข้าสู่ช่วงผันผวนตามฤดูกาล
  • Magnificent 7 (Apple, Microsoft, Alphabet, Amazon, Nvidia, Tesla, Meta) ยังเป็นตัวขับเคลื่อน Nasdaq/S&P 500 แม้บางตัว Valuation สูง แต่บางตัวอย่าง Alphabet และ Meta มี P/E ต่ำกว่ากลุ่ม Growth โดยรวม
  • Emerging Markets (เช่น จีน, MSCI EM) outperform ตลาดพัฒนาแล้ว (MSCI EAFE) ในช่วงใกล้เคียง
  • Fed มีแนวโน้มลดดอกเบี้ย 0.25% ในกันยายน หลังข้อมูลตลาดแรงงานอ่อนลง
  • Healthcare (Merck, UnitedHealth) เริ่มกลับมาน่าสนใจหลังราคาปรับลง
  • Energy (APA, ConocoPhillips) ยังมี Upside จากราคาพลังงานฟื้นตัว

Continue reading วิธีลงทุนหุ้นต่างประเทศแบบ Value Investing สำหรับนักลงทุนไทย (อัปเดต ส.ค. 2025)

หุ้น BRK-B: The Next Chapter คุณเชื่อมั่นในระบบ หรือคนเชื่อในตัว Warren Buffett?

การก้าวลงจากตำแหน่ง CEO ของ Warren Buffett ได้เปิดทางให้ Greg Abel วัย 62 ปี ขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ของ Berkshire Hathaway อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026. Abel ไม่ใช่คนใหม่สำหรับ Berkshire เขาเป็นรองประธานฝ่ายธุรกิจที่ไม่ใช่ประกันภัยมาตั้งแต่ปี 2018 และดูแลธุรกิจที่ไม่ใช่ประกันภัยทั้งหมดกว่า 90 บริษัท ซึ่งคิดเป็นยอดขาย 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีพนักงาน 250,000 คน เขาสามารถสานงานต่อได้อย่างแน่นอน. Warren Buffett ยังได้โปรยยาหอมให้กับนักลงทุนในวันที่ประกาศออกจากตำแหน่ง ว่าเขาเชื่อมั่นในตัว Abel อย่างเต็มที่ โดยกล่าวว่า “Greg เข้าใจการจัดสรรเงินทุนได้ดีพอๆ กับผม” และเชื่อว่า “โอกาสของ Berkshire จะดีขึ้นภายใต้การบริหารของ Greg มากกว่าของผม”.

Warren Buffett เองยอมรับว่าขนาดสินทรัพย์ที่ใหญ่ของ Berkshire ซึ่งมีมูลค่าตลาดกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้การหาการลงทุนใหม่ๆ ที่มีขนาดใหญ่พอที่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการโดยรวมของบริษัททำได้ยากขึ้น. ความท้าทายนี้เป็น “ปัญหา” ที่ Greg Abel จะต้องเผชิญในการจัดสรรเงินทุนมหาศาลที่บริษัทมีอยู่. การเติบโตแบบก้าวกระโดดที่เคยเห็นในอดีตอาจทำได้ยากขึ้น เป็นการเตือนนักลงทุนว่าอย่างคาดหวังปาฏิหารที่ราคาหุ้นจะกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว

Continue reading หุ้น BRK-B: The Next Chapter คุณเชื่อมั่นในระบบ หรือคนเชื่อในตัว Warren Buffett?